วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เจ้าแห่งรัตติกาล โดย ลักษณวดี

คำนำสำนักพิมพ์

ถ้าอยู่ ต้องอยู่ อย่างรู้รัก
ถ้าตาย ต้องประจักษ์ รักคงอยู่
ตราบนิรันดร์สุขเสน่หาในรักแห่งเราฤาวางวาย

            ณ เกาะพันธนา ถิ่นสถานที่ รมณียา นางผู้หมดจดนางนั้นพำนักและตั้งชื่อให้มากคนตีความว่าเธอยอมรับแล้วในชะตากรรม หากน้อยคนนักจะรู้ว่าเธอถอยมาคอยสิ่งใด
            เวลา...หยุดที่ตัวเราได้ บางครั้งถ้าเดินไปข้างหน้าพบอันตราย ถอยหลังจะสูญเสีย ทำไมเราไม่รู้จักคอย ตั้งหลักให้มั่นคงเสียก่อน คนเข้าใจผิด คิดว่าเมื่อเรายอมมาอยู่ที่นี่คือแม่ยอมแพ้ ความจริงมันมีเส้นพันธนาเราไว้ เราไม่ขาดจากอะไรทั้งหมด ใยบางเบานี่แหละ จะดึงลูกกลับสู่บัลลังก์
          วันนี้สิ่งที่พระนางรอคอย...วันนี้ โอรสแห่งพระนาง ราตริริช แห่งราชตระกูลเนราวีร์ ผู้เติบโต ณ เกาะพันธนารับการทูลเชิญให้เสด็จกลับลลิตปุระ เป็นพระราชาธิบดีเฉลิมพระเกียรติยศเป็น ราตริริช ชาห์ มีพระสมัญญา เจ้าแห่งรัตติกาล
            ราตริริช ขึ้นปกครองลลิตปุระท่ามกลางข้อตกลงทางราชประเพณี ตระกูลเนราวีร์ คุมทหาร และคนของตระกูลขึ้นเป็น พระราชาธิบดี หาก รานี ต้องผู้หญิงของตระกูลปาตี ปาตีคุมคลัง...กองทัพเดินด้วยท้อง คลังย่อมคุมกองทัพ และครองตำแหน่ง รานี
            หาก เจ้าแห่งรัตติกาล ฤายอม!
            นั่นคือศึกใน ซึ่งยังไม่สาหัสเท่าศึกนอก
            อำนาจที่ช่วงชิงกันคืออำนาจทางทะเล มิใช่แค่ระหว่างสองรัฐ ลลิตปุระ-โพธิวารี-ปาวา ที่วางท่ากันท่ากันมานาน หากมีมหาอำนาจอื่นเข้ามาแทรกแซงอำนาจที่ประเทศยิ่งใหญ่แถบนี้ เช่น อินเดีย ยังพ่าย แล้วนครรัฐเล็กๆ จะทำเช่นไร หากนั่นแหละ
            มีหรือ เจ้าแห่งรัตติกาลจะยอมให้จับมัด!

            แล้ว เมืองท่าก็ปรากฏ เมืองท่าสวยๆ ทำเลดีๆ ที่น่าร่วมค้าประโยชน์ทางทะเล เมืองท่าที่ เจ้าของท่า งดงามยิ่ง...ชาลิมา รานีแห่งโพธิวารี งดงามนัก พระชนมายุอ่อนเยาว์ หากทั้งสองสิ่ง ว่ากันว่าครอบคลุม อันตราย ยิ่งไว้ ดุจผืนน้ำอันนิ่งสงบ หยั่งความลึกไม่ได้
            ดั่งยามทะเลเรียบ ไม่บอกถึงพายุ
            แลดอกไม้พิษ แปลก...มักงามกว่าปกติเสมอ และจะเป็นไปได้ไหม...
ดาวสองดวง         เคียงกัน             บนฝั่งฟ้า
ดาวที่เคลื่อน        เคียงข้าง             เปล่งประกาย
ตะวันเริ่ม            ฉาดฉาย             เป้นสีทอง


นี่คือเรื่องราวแห่งรัก ท่ามกลางศึก กลางทะเลกว้าง ราตริริช ชาห์ จาก เนราวีร์...ตระกูลกล้า เผ่านักรบเชี่ยวชาญกระแสลมและร่องน้ำ เจ้าแห่งรัตติกาลที่เล่าขานเป็นเพื่อนกับเจ้าวายุ สนิทแนบกับท้องธารา ผู้เก่งกล้าในกลศึก โดยเฉพาะยุทธนาวี!
เป็นชาห์องค์ร้าย หาก ท่านรักพระมารดาท่านยิ่งนัก คนเคยรักและถูกรักเท่านั้น จึงจะซาบซึ้งกับความรักและความเดียวดาย ชาห์...ทรงรู้จักความเดียวกาย ลึกซึ้ง หากอีกนานไหม ท่านจึงจะรู้จัก...รัก หากท่านก็เคยประกาศก้อง
                        ถ้าอยู่                ต้องอยู่               อย่างรู้รัก
                        ถ้าตาย               ต้องประจักษ์        รักคงอยู่
                        อยู่ไปไย              ไร้รัก                 ชื่นชมชู
                        ตายปราศรัก        ยิ่งหดหู่              วิญญาณเอย
ขอให้ผู้อ่านมีความสุขกับรัก...และตัวอักษรของลักษณวดี ที่กล้าวกันว่า ความงามแห่งอักษรถูกถ่ายทอดออกมาจากหัวใจที่งามเฉกเช่นเดียวกัน



รัชนก    นามทอน
บรรณาธิการ
เดือนกันยายน ๒๕๔๘






คำโปรยปกหน้า
ชาลิมา รานี ประทับบนดาดฟ้าแห่งเรือธง
ทอดพระเนตรหา ผู้ซึ่งทำให้องค์เองไม่เข้าใจ
ทำไมจะต้องทรงห่วงใยนักหนา
แม้ทหารเองก็ได้แต่เฝ้ารอ กระวนกระวาย
น้ำค้างหยาดเหยาะยะเยียบเย็น ลมนิ่ง
เดือนแรมแจ่มจาง ระลอกน้ำเป็นประกาย
ทุกอย่งสงบ มีแต่หัวใจทุรน
โอ้...ราตริริช ชาห์ ท่านเป็นเจ้าแห่งรัตติกาล
องอาจ เข้มแข็ง เจ้าเล่ห์ด้วย ท่านต้องไม่เป็นอะไร
    ฟ้ามืด            เฉกความมืด         ในดวงใจ
ดาวกะพริบ          ปลอบเป็นเพื่อน     อย่างอ่อนหวาน
เคียงเดือนแรม     เกี่ยวเวลา             อย่าเนิ่นนาน
พลิ้วสายธาร        ผ่านไป                 แล้วคืนมา
รอ เป็นคำที่เนิ่นนานสำหรับผู้รอ
ยิ่งผู้ที่รอ เป็นผู้ที่รักยิ่ง เวลาก็ราวนิรันดร์

คนเคยรัก และถูกรัก เท่านั้น
จึงจะซาบซึ้งถึงความรัก และเดียวดาย
ชาห์แห่งเนราวีร์...ทรงรู้จักความเดียวดายดียิ่ง
หากอีกนานไหม ราตริริช กว่าท่านจะรู้จัก...รัก!


1 ความคิดเห็น: