ชายหนุ่มในชุดแต่งกายที่ดูผิวเผินคล้ายนักท่องเที่ยวหลบเข้าไปในซอยอย่างรวดเร็วเมื่อเขาสังเกตเห็นทหารประมาณ 4-5 นาย ลาดตระเวนอยู่บริเวณที่เขาเดินอยู่ จากที่ซ่อนเขาพยายามมองไปรอบๆก็พบว่ามีหน่วยลาดตระเวนอยู่ 2-3 กลุ่ม อยู่ห่างกันพอสมควร ชายหนุ่มก้มลงไปหยิบมีดที่ซ่อนอยู่ในรองเท้าบู๊ทเตรียมพร้อมเมื่อเห็นทหารกลุ่มหนึ่งเดินมายังจุดที่เขาหลบอยู่ หากจำเป็นอาจต้องลงมือ ชายหนุ่มนึกภาวนาในใจขณะที่ทหารกลุ่มนั้นเดินใกล้เข้ามาแล้วทำท่าจุดตรวจตราใจจุดที่เขาซ่อนตัว เขาถอนใจอย่างโล่งอกเมื่อกลุ่มทหารเดินผ่านไปโดยไม่ได้สังเกตว่ามีใครหลบอยู่ ชายหนุ่มรีบออกมาจากมุมมืด มือดึงหมวกที่สวมอยู่ให้ลงต่ำเพื่อพรางใบหน้าตนเอง แล้วรีบเดินกลับไปยังที่พักอย่างรวดเร็ว
“ เยริน เยริน ข้าเอง “ ชายหนุ่มเคาะประตูเป็นรหัส พร้อมส่งเสียงเรียกเบาๆ
ประตูถูกเปิดออก เยรันมองซ้ายมองขวาแล้วรีบผลุ่บเข้าไปด้านใน ปิดประตูลงกลอนทันที “ เยรัน มีอะไรหรือเปล่า “ เยรินถามทันทีที่ชายหนุ่มก้าวเข้ามานั่งขัดสมาธิในห้องเรียบร้อย
“ มีทหารลาดตระเวนอยู่แถวๆนี้ “ เขากระซิบเบาๆ เมื่อสายตามองข้ามหลังเยรินเห็นว่ามีคนนอนหลับอยู่ แววตาที่แข็งกร้าวนั้นอ่อนแสงลงทันที
เยรินมองหันไปมองตาม “ นายน้อยหลับแล้ว คงจะเหนื่อยจากการเดินทาง “ น้ำเสียงนั้นแสดงถึงความเห็นอกเห็นใจคนที่กำลังหลับ
เยรันพยักหน้า “ ดีแล้ว ปล่อยให้นายน้อยได้พักเถอะ “
“ ว่าแต่ทหารที่ลาดตระเวน มีมากน้อยแค่ไหนเยรัน “ สีหน้าและน้ำเสียงเยรินยังกังวลกับที่เยรันบอก
“ ก็ 2 – 3 กลุ่มๆละประมาณ 4-5 คนเห็นจะได้ “ เยรันนั่งกอดอกตัวตรง แววตาครุ่นคิด
“ ท่าทางผิดสังเกตไหม “
“ ไม่ เหมือนการลาดตระเวนปกติมากกว่า ไม่ได้ระแวดระวังอะไรเป็นพิเศษ “ สิ่งที่พูดขัดกับท่าทางครุ่นคิดของเยรัน คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อย
“ เยรัน พี่กังวลอะไรหรือเปล่า “ ท่าทางของเยรัน ทำให้เยรินอดเป็นห่วงไม่ได้ แววตาแข็งกร้าวแบบนั้นก็อีกที่เธอไม่ชอบเอาซะเลย เพราะมันดูไม่เหมือนแววตาของเยรันที่เธอคุ้นเคย
“ พี่กำลังคิดว่าข่าวลวงของเราอาจจะไม่ได้ผล “
“ ก็พี่บอกว่า พวกมันไม่มีท่าทีผิดปกติไม่ใช่เหรอ “
“ พี่ก็อดคิดไม่ได้ พรุ่งนี้ที่เราจะเริ่มเดินทาง พวกลาดตระเวนจะเพิ่มมากกว่าตอนกลางคืนหรือเปล่า “ เยรันบอกสิ่งที่กังวลอยู่ในใจ
“ แต่เราปล่อยรหัส หลังจากเราพ้นชายแดนพันวาสีมาแล้ว พวกมันคงยังตามกลิ่นเราไม่ทันหรอก “ เยรินพูดปลอบใจทั้งที่ตนเองก็อดกังวลกับสิ่งที่เยรันคิดไม่ได้
“ พี่ก็หวังให้เป็นแบบนั้น แต่ก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี เราจะเชื่อได้ยังไงว่าคนที่ขานรับรหัสนั้น เป็นพวกเราทั้งหมด “
“ เราไม่มีวันรู้หรอกเยรัน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับลิขิตแห่งฟ้า “ ในเมื่อไม่สามารถเชื่อใจหรือพิสูจน์ใจคนได้ การฝากความหวังไว้กับโชคชะตาก็คงไม่เลวร้ายนัก
“ นั่นสินะ บางครั้งคนเราก็จำเป็นต้องเชื่อลิขิตแห่งฟ้า เหมือนชะตาของนายน้อย “ ชายหนุ่มราพึงกับตนเองสายตามองคนที่นอนหลับอยู่ไม่ไกล
“ นายน้อยจะปลอดภัยท่ามกลางชาวพันวาสี พี่อย่ากังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึงเลย “
“ ข้าก็ภาวนาให้เป็นเช่นนั้น สิ่งที่ข้ากังวลขออย่าให้เกิดขึ้นเลย “ เยรันเองก็หวังว่าชาวพันวาสีจะช่วยกันคุ้มครองนายน้อยให้ปลอดภัย
รหัสนายน้อยคืนฐาน มีความหมายมากกว่าการปกป้องคุ้มครอง ชาวพันวาสีที่จงรักภักดีเท่านั้นจะเข้าใจความหมาย เมื่อมีคนขานรับรหัสลับสุดยอดนี้ รหัสอื่นๆที่เกี่ยวข้องซึ่งนายพลคีรันผู้นำกองกำลังกู้ชาติได้ตระเตรียมไว้กว่าสิบปี ก็จะถูกนำมาใช้เพื่อส่งนายน้อยคืนฐานหน้าอย่างปลอดภัย
“ แต่...“ เยรันหยุดไปนิดหนึ่ง มองหน้าน้องสาวก่อนจะเอ่ยประโยคที่ขัดกับสิ่งที่ให้ไว้กับนายน้อย “ ถ้าหากจำเป็นเราอาจต้องใช้แผนสองนะเยริน “ มือที่กอดอกอยู่เปลี่ยนเป็นมาจับมือเยริน
มือน้อยๆของเยรินกระชับตอบ “ ไม่ต้องกังวล ข้าพร้อมเสมอ เราจะดูแลนายน้อย จนกว่างานจะสำเร็จ เราไม่มีสิทธิ์ตาย “
“ ขอบใจ ขอบใจ พี่รักเจ้ามากนะเยริน “ เยรันตบแก้มน้องสาวเบาๆ รอยยิ้มปรากฎบนใบหน้า นานเหลือเกินที่เยรินไม่ได้เห็นรอยยิ้มของพี่ชายที่แสนรัก
“ ข้ารู้ ข้าก็รักพี่เช่นกัน พี่ชายข้า “ เยรินขยับไปกอดเอวพี่ชายใบหน้าแนบอกอุ่นของพี่ ในขณะที่เยรันก็กอดน้องสาวหลวมๆ นานแค่ไหนแล้วนะที่พี่ชายน้องสาวไม่มีโอกาสได้แสดงออกถึงความรัก ความผูกพันที่มีอยู่อย่างล้นเหลือเฉกเช่นพี่น้องบ้านอื่น
“ เรื่องวันนี้ พี่จะบอกนายน้อยไหม “ เยรินพูดขณะที่ยังกอดพี่ชายอยู่
“ ก็คงต้องบอก เพราะเราตกลงกันไว้แล้ว มีอะไรต้องบอกกล่าว “
“ รวมถึงแผนสองนี้ด้วยหรือเปล่า “ เยรินเงยหน้ามองพี่ชาย
“ ถ้าไม่มีเหตุจำเป็น เราจะไม่ใช้แผนนี้ พี่จะไม่บอกนายน้อย “ สายตาเยรันแลเลยไปยังนายน้อยที่กำลังนอนหลับสนิท
“ ข้าก็เห็นด้วยที่จะไม่บอก ถ้าขืนบอก คราวนี้นายน้อยเอาพี่ตายแน่ คงไม่ได้ขู่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาหรอก “ เยรินพูดในขณะผละจากอกพี่ชาย มือจับแขนสองข้างของเยรัน หน้าเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มน้อยๆเมื่อนึกถึงคำขู่ของนายน้อย
“ นั่นสินะ คราวนี้พี่ต้องตายแน่ๆ “ รอยยิ้มเยรันกว้างยิ่งกว่า คำขู่ที่เยรินเอ่ยถึงนั้นไม่ได้ทำให้เยรันกลัว แต่คนใจแข็งเป็นหินอย่างเยรันก็กลายสภาพทุกครั้งที่เจอไม้ตายของนายน้อย
“ เอาหละ งั้นก็ไปนอนซะ พักผ่อนเอาแรงไว้เยอะๆ พรุ่งนี้เราต้องเดินทางแต่เช้ามืด “ เมื่อความกังวลต่างๆลดลงบ้าง เยรันก็บอกให้น้องสาวไปนอน เขาลูบหัวน้องสาวเบาๆดึงผ้ามาห่มให้ ก่อนที่จะล้มตัวลงนอนข้างๆนั่นเอง เยรันนอกตะแคงหันมาทางน้องสาว สายตาแลเลยไปมองคนที่นอนหลับไม่ห่างจากเยริน นายน้อยของเยรัน ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้โดยราบรื่นด้วยเถิด เยรันภาวนาอยู่ในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนจะหลับไปในที่สุด
บรรยากาศในตัวเมืองหลวงวันนี้ก็คงไม่ต่างจากทุกวัน ชาวพันวาสีหลายๆคนตื่นแต่เช้าเพื่อทำกิจวัตรประจำวัน ร้านรวงต่างๆเริ่มเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เนื่องจากในช่วงนี้เป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของพันวาสี ถนนหนทางที่พลุกพล่านไปด้วยนักท่องเที่ยวที่ออกมาชมตลาดในตอนเช้ามืด นักท่องเที่ยวรวมทั้งชาวพันวาสีหลายๆคนกำลังนั่งทานอาหารเช้า นั่งดื่มกาแฟ ภาพที่คุ้นเคยเจนตาสำหรับเยรันและเยรินซึ่งเข้าออกพันวาสีเป็นประจำ แต่สำหรับอีกคนที่เดินข้างๆเยรันและเยริน ทั้งหมดล้วนเป็นภาพ และ เป็นบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคยกว่ายี่สิบปีแล้วสินะ นายน้อยยิ้มกว้างมองภาพเหล่านั้นเพื่อจารจำไว้ในใจ
“ เยรัน ทหารเยอะกว่าที่พี่เห็นเมื่อคืนอีกนะ “
“ นั่นนะสิ ว่างกำลังไว้ถี่ซะด้วยสิ “
“ โอ๊ะ เยรัน เยริน พวกมันมาทางนี้แล้ว “ เสียงกระซิบระคนตกใจเรียกให้การสนทนาหยุด
“ นายน้อย มาทางนี้ ทำตัวให้ปกติที่สุด “ เยรันดึงมือคนที่ถูกเรียกนายน้อย ให้หลบด้านหลังตนอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เยรินเดินรั้งท้าย ท่าทีที่ดูปกติแต่ทั้งสองคนต่างรู้ว่าพร้อมที่จะปกป้องนายน้อยเต็มที่หากเกิดเหตุไม่คาดคิด
นายทหารในชุดเครื่องแบบจำนวน 4-5 นาย ถือปืนบ้าง แบกปืนบ้างกำลังตรงมายังจุดที่พวกเขาเดินปะปนกับชาวบ้านคนอื่นๆ ในช่วงที่กำลังจะเดินสวนกัน หนึ่งในนั้นมองหน้าพวกเขาอย่างสังเกต ในขณะที่ทหารนายนั่นกำลังจะอ้าปากพูดอะไรออกมาก็มีชาวบ้านคนหนึ่งเดินมาชนเข้าอย่างจัง ตะกร้าผักที่เทินไว้บนบ่าหล่นกระจัดกระจาย ด้วยความโมโหมันหันไปต่อว่าต่อขานชายคนนั้นแทน ทั้งสามคนถือโอกาสเดินหลบฉากออกไปจากจุดนั้นอย่างรวดเร็ว ชายที่กำลังถูกด่าทอโวยวายลั่นตลาดที่ลอบมองพร้อมถอนใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นทั้งสามคนเดินลับหายไปกับฝูงชน
“ เอายังไงต่อดีเยริน ดูเหมือนทหารจะเยอะกว่าที่เราคิดไว้ “ เยรันหันมาปรึกษากับเยรินทันทีที่หาที่หลบได้ “ ถ้ายังเดินทางด้วยกัน 3 คนแบบนี้ เห็นทีเราจะถึงภูพันวาได้ยาก “
ท่าทางครุ่นคิดและตัดสินใจ “ เราต้องเปลี่ยนใช้แผนสองแล้วล่ะเยรัน “ สุดท้ายเยรินก็ต้องเป็นคนเสนอใช้แผนสองซะเอง
“ อะไรนะแผนสองหรือ? ไม่ได้นะเยริน ก็เยรันสัญญากับเราแล้วว่าจะไม่ใช้แผนนั้น “ เสียงแหวดังขึ้นทันทีที่เยรินเสนอให้ใช้แผนสอง
“ แต่นายน้อย เราจำเป็น อีกอย่างข้าเป็นคนเสนอให้ใช้แผนสองเอง ไม่ใช่เยรันซะหน่อย “ ก็ถือเป็นการรักษาสัญญาที่เยรันให้ไว้กับนายน้อย
นายน้อยส่ายหน้าไม่เห็นด้วย “ ไม่ ไม่ว่าใครจะเสนอ เราก็ไม่เห็นด้วย แล้วก็ไม่เห็นต้องใช้ตอนนี้นะ เยริน “
“ แต่ถ้าเรายังไปกันสามคนแบบนี้ นายน้อยจะถึงฐานหน้าช้ากว่ากำหนด “
“ ไม่ “ นายน้อยก็ยังปฏิเสธเสียงแข็ง สั้นๆห้วนๆ แบบนี้
“ เราจำเป็นนายน้อย เชื่อเยรันเถอะ นะ “ ถ้าเมื่อไหร่ที่เยรันแทนตัวด้วยชื่อแบบนี้ ถึงคราวที่นายน้อยพูดไม่ออกบ้างแล้ว
นัยน์ตาสีน้ำตาลสวยแฝงด้วยอำนาจมีแววกังวลปรากฎขึ้นมาบ้างเมื่อมองสีหน้าท่าทางของเยรัน ใบหน้าเรียวรูปไข่ ริมฝีปากแดงระเรื่อได้รูปรับกับจมูกโด่ง “ แล้วพวกเจ้า? “
“ เราจะล่อพวกมันไปอีกทาง “ เยรันกล่าว แววตามุ่งมั่นนั้นบอกความตั้งใจในสิ่งที่จะทำ
“ แต่ว่า “ นายน้อยยังลังเลไม่เห็นด้วย แต่ก็สุดที่จะหาเหตุผลมาค้านได้อีก
“ นายน้อยเราสัญญาจะดูแลตัวเองให้ดี และถึงจะพลาดเราก็ไม่เสียใจ ขอแค่ส่งนายน้อยให้ถึงฐานหน้า เรายินดีทำทุกวิถีทาง “ เยรันยืนยันหนักแน่น
“ ไม่ได้หรอกเยรัน “ นายน้อยหันไปจับแขนเยรินเขย่าเบาๆ “ เยริน เราต้องไปด้วยกัน แผนนั่นเราไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรก ไม่ใช่ว่าเรา...”
“ นายน้อยตกลงตามนี้เถอะ ทำแบบนี้เราจะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง “ เยรันรีบสรุปทันทีโดยไม่สนใจท่าทีของนายน้อยที่มีต่อเยริน ขืนปล่อยไว้สุดท้ายเยรินก็ต้องใจอ่อน
“ แต่ “ ถึงตอนนี้นายน้อยก็พูดไม่ออก ในเมื่อเยรินยังนิ่งเฉยก็เหมือนยอมรับและสนับสนุนสิ่งที่เยรันพูด ใช่สิ ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ก็ตั้งแต่คิดจะคืนฐานหน้า แผนต่างๆถูกตระเตรียมไว้ จุดที่คิดว่าจะเป็นรูรั่วหรือช่องโหว่ถูกนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบกระทั่งแผนสำรองนี้ก็ด้วย
“ ทำไมต้องให้เยรินปลอมตัวเป็นเรา เพื่อตบตาพวกของนายพลงั้นหรือ “ นายน้อยนึกถึงวันที่ตนเองปฏิเสธแผนสำรอง น้ำเสียงและท่าทีที่ต่อต้านนั้น ก็เรื่องอะไรจะต้องให้เยรินต้องเดือดร้อน เยรันก็ช่างกระไร ไม่คิดจะเป็นห่วงน้องสาวบ้าง สุดท้ายก็พาลไม่พอใจเยรัน ไม่ยอมพูดไม่ยอมจากับเยรันไปหลายวัน
“ นายน้อยเราเตรียมแผนสำรองไว้ เผื่อข่าวลวงมันใช้ไม่ได้ผล “ สุดท้ายเยรันก็ต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้
“ เยรัน เจ้าไม่ห่วงเยรินบ้างหรือยังไง นั่นน่ะน้องสาวเจ้านะ “ น้ำเสียงนั่นแสดงว่าเจ้าตัวยังโมโหอยู่นิดหน่อย
“ เป็นห่วงสินายน้อย แต่เรามีสิ่งที่ห่วงยิ่งกว่า นั่นก็คือนายน้อย “ เยรันพูดพร้อมกับมองท่าทีของคนตรงหน้า “ นายน้อยสำคัญต่อชาวพันวาสีทุกคน สำคัญว่าเยริน“
‘ชาวพันวาสีทุกคน’ ที่เยรันยกมาอ้างทำให้นายน้อยถึงกับนิ่งไปพักใหญ่ ในเมื่อดื้อดึงไปก็ไม่ได้ผล “ ไม่ ไม่มีใครสำคัญกว่าใครทั้งนั้น นะ เยรัน นะ อย่าใช้แผนนี้เลย “ สองมือเขย่าแขนล่ำๆของเยรัน สายตาอ้อนๆ น้ำเสียงหวานๆ ไม้ตายสุดท้ายถูกนำมาใช้ เจอไม้นี้เยรันถึงกับหมดคำพูดเอาดื้อๆ เช่นกัน
สุดท้ายเยรันก็ใจอ่อนจนได้“ เอาเถอะ เอาเถอะ นายน้อย เราเตรียมไว้เฉยๆ ถึงเวลาอาจไม่ต้องใช้ก็ได้ “
“ จริงๆนะ เยรัน เจ้าสัญญากับเราแล้วนะ “ นายน้อยยังต้องการคำยืนยันจากเยรันอยู่ดี
“ จริงสิ ก็ข้าบอกแล้ว ว่า อาจ “ คำท้ายเบาลงจนคนที่เซ้าซี้อยู่ตรงหน้าไม่ได้ยิน เพราะมัวแต่ยิ้มหน้าบานกับความสำเร็จของตัวเอง สุดท้ายไม้ตายนี้ก็ยังใช้ได้ดีกับเยรัน เจ้าตัวยิ้มย่องในใจ
ก็เยรันสัญญาแล้วว่าจะไม่ใช้แผนนี้ ก็แล้วทำไมวันนี้ถึงจะนำมาใช้ “ นายน้อยตกลงตามนี้เถอะ “ เสียงของเยรินนั่นเองที่ดึงสติของนายน้อยให้กลับคืนมา
“ แต่เยริน “ นายน้อยยังคงก้มหน้านิ่ง
“ เถอะนะนายน้อย เยรินสัญญาจะดูแลตัวเองอย่างดี เราจะกลับฐานหน้าด้วยกัน เราสัญญากันไว้แบบนั้น ใช่ไหมนายน้อย “ สองมือของเยรินจับต้นแขนนายน้อยแน่น
‘ สัญญา ‘ ใช่สิ เราสัญญากันไว้แบบนี้ นายน้อยเงยหน้าสบตากับเยริน “ งั้นก็ได้ เราจะทำตามแผนสอง เราจะเชื่อในสัญญาของเรา “
รอยยิ้มของเยรินกว้างยิ่งนักเมื่อนายน้อยยอมตกลง“ ดี ดี ดีมากนายน้อย “
เยรันเองก็ค่อยโล่งใจที่นายน้อยยอมทำตามแผน “ งั้น นายน้อยเราจะแยกกันตรงนี้เลย “
“ ได้ พวกเจ้า เยรัน เยริน ระวังตัวด้วย “ แววตาดื้อรั้นหายไปทันที เหลือแต่แววตาที่ฉายแววมุ่งมั่นและพร้อมที่จะเดินไปข้างหน้า
“ นายน้อยก็เช่นกัน ระวัง และ ดูแลตัวเองไปให้ถึงจุดนัดพบ “ จุดนัดพบที่ใดไม่ต้องบอกย้ำเพราะทั้งสามคนรู้ดี ถ้าเกิดเหตุต้องแยกเป็นสอง หรือแยกเป็นสาม ให้เจอกันตามเวลาที่จุดนัดพบ
“ เราขอขอบคุณ พวกเจ้ามาก “ นายน้อยจับมือเยรินและเยรันคนละข้าง กล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงจริงใจ และก้มศรีษะน้อยๆให้กับคนทั้งสอง
“ พวกเรายินดี นายน้อย “ เยรันและเยริน ก้มศรีษะรับการขอบคุณต่ำยิ่งกว่า
“ ขอบใจ ขอบใจจริงๆ ชาวพันวาสี เป็นหนี้พวกเจ้านัก เยรินเราฝากด้วย เยรันดูแลเยรินให้เหมือนกับที่ดูแลเรา เราขอขอบใจพวกเจ้าอีกครั้ง “ น้ำเสียงตื้นตันแสดงออกถึงความซาบซึ้งในน้ำใจของทั้งสองคน
“ นายน้อย เราต้องมีเวลาได้ขอบใจกันอีกนาน รีบไป ไป เร็วๆ “ เยรินกระชับมือนายน้อย และเป็นฝ่ายเร่งให้ออกเดินทางตามแผน
“ “ นายน้อยพยักหน้าน้อยๆ หันหลังเดินไปได้ 2-3 ก้าว ก็หันมาก้มศรีษะให้ทั้งสองอีกครั้ง พร้อมกับทำสัญลักษณ์ว่า โชคดีแล้วพบกันที่จุดนัดพบ
“ เอาล่ะ เยริน จากนี้ไปเจ้าคือนายน้อยแห่งพันวาสี “ เยรันจับไหล่ทั้งสองของน้องสาว
“ เข้าใจแล้ว ไปกันเถอะเยรัน ไปทำหน้าที่ของเรา “ คนที่ได้รับบทบาทเป็นนายน้อย เปลี่ยนบุคลิกตนเองตนเองไปในทันที
“ ไป “ เช่นเดียวกับเยรัน เขาก้มศรีษะให้เยรินก่อนจะขึ้นเดินนำหน้า ในขณะที่ตนเองระวังหลัง ตำแหน่งหน้าที่เปลี่ยนไปแล้ว ขอให้นายน้อย ของพวกเราปลอดภัยจนถึงจุดนัดพบ นั่นคือความหวังของเยรันและเยริน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น